เครื่องดนตรี

posted on 13 Sep 2011 22:55 by bolingzii
        
 
          กีตาร์ไฟฟ้า (อังกฤษ: Electric Guitar) คือ กีตาร์ ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่มักเรียกว่า Pick Up ทำหน้าที่แปลงการสั่นของสายกีตาร์ให้กลายเป็นสัญญาณอิเล็คทรอนิคส์ ส่งผ่านสายสัญญาณ (Cable) ไปยังเครื่องขยายสัญญาณ (แอมปลิฟายเออร์)และออกสู่ลำโพงในที่สุด

         กีตาร์ไฟฟ้ามีความแตกต่างจากกีต้าร์โปร่ง (Acoustic Guitar) และ กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า (Acoustic Electric Guitar) ตรงที่ลำตัวของกีตาร์ไฟฟ้าโดยส่วนมากจะไม่มีโพรงเสียง หรืออาจเรียกว่า "ลำตัวตัน" (Solid Body) อย่างไรก็ดี กีตาร์ไฟฟ้าอาจหมายรวมถึง กีตาร์ที่มีโพรงเสียงบางประเภทที่มีการติดตั้ง Pick Up (Hollow Body Guitar)ซึ่งนิยมใช้เล่นในแนวดนตรีประเภทแจ๊ส หรือ บลูส์

         ปัจจุบันนิยมนำสัญญาณเสียงที่ได้จากกีตาร์ไฟฟ้ามาดัดแปลงผ่านอุปกรณ์ดัดแปลงสัญญาณ (Guitar Effect) ก่อนเข้าสู่เครื่องขยายสัญญาณ เพื่อให้ได้ลักษณะเสียงที่มีความแตกต่างหลากหลายมากขึ้นจากกีตาร์ตัวเดียว

         กีตาร์ไฟฟ้าเป็นที่นิยมแพร่หลาย และใช้เล่นกันในแทบทุกประเภทดนตรี เนื่องจากความสะดวกในการใช้งานและการปรับแต่งเสียง กีตาร์ไฟฟ้าผลิตออกมาในหลายระดับคุณภาพและราคา บริษัทที่ผลิตกีตาร์ไฟฟ้ามีหลายบริษัทอาทิเช่น gibson fender prs framus B.C Rich guitars ESP Ibanez Ernie Ball - Musicman Rickenbacker Schecter Washburn YAMAHA Epiphone เป็นต้น

คำถามทบทวน

posted on 21 Aug 2011 20:49 by bolingzii

คำถามทบทวน

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

- มัลตืมีเดียคือการนำเสนอข้อมูลหลายๆรูปแบบพร้อมๆกันเพื่อส่งเสริมการรับรู้และความเข้าใจของผู้รับข้อมูลซึ่งมัลติมีเดียเป็นการใช้สื่อในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ข้อความ เสียง รูปภาพ หรือ ภาพเคลื่อนไหว

 2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

- มีความสะดวกสบายมากกว่าสามารถใช้งานได้ทุกทีเพื่อแค่มีคอมพิวเตอร์และมีอินเตอร์เน็ตซึ่งอินเตอร์เน็ตเป็นตัวช่วยที่ทำให้นำเสนอข้อมูลได้ครอบคลุมทั่วโลกเพียงเวลาแค่ไม่นาน

 3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

- เนื่องจากโปรแกรม Microsoft PowerPoint  เป็นโปรแกรมในการนำเสนอข้อมูลในลักษณะ Multimedia ซึ่งสามารถนำเสนอในรูปแบบของตัวอักษร ภาพนิ่ง  ภาพยนตร์ และเสียงเพลง ได้ในเวลาเดียวกันยังสามารถนำเสนอในแบบการพิมพ์เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์และยังสามารถเชื่อมโยงและอัพโหลดข้อมูลไปยังอินเตอร์ได้อีกด้วย

 4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

- แตกต่างกัน ตรงที่การเชื่อมโยงภายในคือการเชื่อมไปจุดอื่นหรือภาพนิ่งอื่นแต่ยังอยู่ภายในไฟล์เดียวกันแต่การเชื่อโยงภายนอกเป็นการเชื่อมโยงจากแหล่งอื่นๆนอกเหนือจากไฟล์ที่นำเสนอ

 5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

- นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีอื่น เช่น จอทีวี จอโปรเจกเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องเสียงเครื่องขยายเสียง ipad เป็นต้น

 6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

- การนำเสนอแบบเว็บไซด์ เพะสะดวก รวดเร็ว เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ก็สามารถที่จะนำเสนอข้อมูลได้อย่างครอบคลุมทั่วโลก

 7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

- คลิกขวาที่พื้นที่ว่างเลือกที่ออกแบบภาพนิ่งแล้วเลือกใช้แม่แบบที่แถบเครื่องมือก็จะมีแม่แบบให้เราเลือกหลากหลาย

 8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุเคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

- การกำหนดกล่องข้อความ หรือวัตถุให้เคลื่อนที่ทำได้โดย

8.1 คลิกเลือกกล่องข้อความ หรือวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อนไหว

8.2คลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง

8.3 เลือกลักษณะพิเศษ แล้วตั้งค่าการเคลื่อนไหวตามต้องการ

 9.ยกตัวอย่างซอร์ฟแวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม

- micosoft  powerpoint micosoft  Word Notepad

 10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร

- สามารถทำได้โดยใช้เป็นรูปแบบเสียง ภาพยนต์ รูปภาพ โดยไม่จำเป็นต้องมีกล้องข้อความก็สามารถทำได้

 11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่อย่างไร

- ไม่จำเป็นเพราะการนำเสนอของ power point นั้นสามารถนำเสนอข้อมูลผ่านทางจอคอมพิวเตอร์หรือจออื่นๆได้โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ออกมา

 12.Microsoft PowerPoint จะสามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

- แทรกรูปภาพโดย

1.คลิกเลือกแถบเมนู เลือกรูปภาพ โดยเลือกจากแฟ้มข้อมูล

2.เมื่อมีหน้าต่างแทรกรูปภาพปรากฎขึ้น เลือกรูปจากที่ๆบันทึกรูปเอาไว้

3.คลิกแทรกรูปภาพ

- แทรกภาพยนตร์ และ เสียงโดย

1.คลิกแทรกที่แถบมุม

2.เลือกภาพยนตร์ และเสียง

3. เลือกภาพยนตร์ จากแฟ้มหรือ เสียงจากแฟ้ม

 13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผังและกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

- เพราะจะทำให้ผู้รับเข้าใจมากยิ่งขึ้นมีความชัดเจนมากกว่าตัวหนังสือหรืออักษร

 14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คน พร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ใดบ้าง

- จะใช้ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรม Micosoft powerpoint และอาจมีโปรแกรมอื่นที่ใช้ช่วยในการ เปิดเพลง คลิปวีดีโอ และฮาดร์แวร์ คือ คอมพิวเตอร์ ลำโพง จอฉาย โน๊ตบุ๊ค  เป็นต้น

 15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือ หรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

- มัลติมีเดีย เว็บไซด์ Microsoft PowerPoint Movie maker

 

ภาษา HTML

posted on 18 Aug 2011 21:27 by bolingzii

      ภาษาจาวา ( Java programming language) เป็นภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming) พัฒนาโดย เจมส์ กอสลิง และวิศวกรคนอื่นๆ ที่ ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ภาษาจาวาถูกพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) โดยเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการกรีน (the Green Project) และสำเร็จออกสู่สาธารณะในปี พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ซึ่งภาษานี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้แทนภาษาซีพลัสพลัส (C++) โดยรูปแบบที่เพิ่มเติมขึ้นคล้ายกับภาษาอ็อบเจกต์ทีฟซี (Objective-C) แต่เดิมภาษานี้เรียกว่า ภาษาโอ๊ก (Oak) ซึ่งตั้งชื่อตามต้นโอ๊กใกล้ที่ทำงานของ เจมส์ กอสลิง แต่ว่ามีปัญหาทางลิขสิทธิ์ จึงเปลี่ยนไปใช้ชื่อ "จาวา" ซึ่งเป็นชื่อกาแฟแทน
 

และแม้ว่าจะมีชื่อคล้ายกัน แต่ภาษาจาวาไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript) ปัจจุบันมาตรฐานของภาษาจาวาดูแลโดย Java Community Process ซึ่งเป็นกระบวนการอย่างเป็นทางการ ที่อนุญาตให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกำหนดความสามารถในจาวาแพลตฟอร์มได้

 
จาวาแพลตฟอร์ม และ ภาษาจาวา

เนื่องจากชื่อที่เหมือนกัน และการเรียกขานที่มักจะพูดถึงพร้อมกันบ่อยๆ ทำให้คนทั่วไป มักสับสนว่า ภาษาจาวา และ จาวาแพลตฟอร์ม เป็นสิ่งเดียวกัน

ในความเป็นจริงนั้น ทั้งสองสิ่ง แม้จะทำงานเสริมกัน แต่ก็เป็นสิ่งที่แยกออกจากกัน

โดย ภาษาจาวานั้น คือภาษาสำหรับใช้เขียนโปรแกรมภาษาหนึ่ง ดังที่ได้อธิบายไปข้างต้น ส่วน จาวาแพลตฟอร์มนั้น คือสภาพแวดล้อมสำหรับการใช้งานโปรแกรมจาวา โดยมีองค์ประกอบหลักคือ จาวาเวอร์ชวลแมชีน (Java virtual machine) และ ไลบรารีมาตรฐานจาวา (Java standard library)

โปรแกรมที่ทำงานบนจาวาแพลตฟอร์มนั้น ไม่จำเป็นจะต้องสร้างด้วยภาษาจาวา เช่น อาจจะใช้ ภาษาไพทอน (Python) หรือ ภาษาอื่นๆ ก็ได้

ส่วนภาษาจาวานั้น ก็สามารถนำไปใช้พัฒนาโปรแกรมสำหรับแพลตฟอร์มอื่นได้เช่นเดียวกัน เช่น คอมไพเลอร์ gcj สามารถคอมไพล์โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาจาวา ให้ทำงานได้ โดยไม่ต้องใช้ จาวาเวอร์ชวลแมชีน

 

ขั้นตอนการทำงานของภาษาจาวา

 

ข้อดีของภาษาจาวา

1. โปรแกรมจาวาที่เขียนขึ้น สามารถทำงานได้หลาย platform โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขหรือ compile ใหม่ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียไปในการ port หรือทำให้โปรแกรมใช้งานได้หลาย platform

2. ภาษาจาวาเป็นภาษาเชิง วัตถุ ซึ่งเหมาะสำหรับพัฒนาระบบที่มีความซับซ้อน การพัฒนาโปรแกรมแบบวัตถุจะช่วยให้เราสามารถใช้คำหรือชื่อ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระบบงานนั้นมาใช้ในการออกแบบโปรแกรมได้ ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

3. ภาษาจาวามีความซับซ้อนน้อยกว่าภาษา C++ ทำให้ใช้งานได้ง่ายกว่าและลดความผิดพลาดได้มากขึ้น

4. ภาษาจาวามีการตรวจสอบข้อ ผิดพลาดทั้งตอน compile time และ runtime ทำให้ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในโปรแกรม และช่วยให้ debug โปรแกรมได้ง่าย

5. ภาษาจาวาถูกออกแบบมาให้มี ความปลอดภัยสูงตั้งแต่แรก ทำให้โปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยจาวามีความปลอดภัยมากกว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้น ด้วยภาษาอื่น

6. มี IDE, application server, และ library ต่าง ๆ มากมายสำหรับจาวาที่เราสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำให้เรา สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการซื้อ tool และ s/w ต่าง ๆ